สัมผัสที่ ๖ ก็คือความสามารถในการรับรู้ ที่นอกเหนือหรือพิเศษไปจากระบบการรับสัมผัสปกติทั้ง ๕ ได้แก่ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ทั้งหมด (ถ้าไม่บ้าตามบางตำราซึ่งมี สัมผัสที่ ๗ สัมผัสที่ ๘ ๙ ๑๐) ภาษาอังกฤษ มีศัพท์อีกคำหนึ่งซึ่งใช้เรียกความหมายคล้ายๆกันคือ ESP (extra sensory perception)
ที่พบกันมาก พบกันบ่อย ก็คือ ลางสังหรน์ รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นจริง แต่รายละเอียดและความแม่นยำของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนเป็นลักษณะการผุดรู้ขึ้นเองในความคิด บางคนก็เห็นในฝัน บางคนที่พิเศษหน่อยก็สามารถเห็นภาพและได้ยินเสียงทั้งที่ยังตื่นอยู่ก็มี ถือว่าเป็นหูทิพย์ ตาทิพย์ไป
สัมผัสที่ ๖ ถือว่าเป็นการรับรู้ด้วยจิตหรือเปล่า? จริงๆแล้วการรับรู้ทั้งหมดต้องรับรู้ด้วยจิตทั้งสิ้น แต่สัมผัสที่ ๖ เป็นการรับรู้ที่
ไม่ได้รับผ่านอวัยวะรับสัมผัสทั้ง ๕ อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง คงต้องถือว่าเป็นการรับสัมผัสด้วยจิตโดยตรง
สัมผัสที่ ๖ น่าจะมีกันได้ทุกคน และน่าจะฝึกกันได้ด้วย จริงๆแล้วน่าจะขึ้นกับความสามารถในการใส่ใจในรายละเอียด ความไวของจิตและระบบรับสัมผัส ถ้าเป็นคนที่ละเอียดสนใจในสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวมาก ช่างคิด ช่างจินตนาการ พวกนักศิลป์หรือกวี ก็มีแนวโน้มที่จะมีสัมผัสที่ ๖ มาก ผู้หญิงจะพบว่ามีสัมผัสที่ ๖ มากกว่าผู้ชาย
มดมีสัญชาติญานการรู้ล่วงหน้าว่าฝนจะตก คนบางคนก่อนที่ฝนจะตกก็รู้ได้เช่นกัน ซึ่งอาจจะเนื่องจากจิตและระบบประสาทมีความไวเป็นพิเศษต่อลักษณะลมและความชื้นในอากาศ บางคนจะมีความรู้สึกไวเป็นพิเศษกับความรู้สึก อารมณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่สนิทมีความผูกผันทางจิตใจกันมากๆ เช่น แม่กับลูก พี่น้องฝาแฝด สามีภรรยา เวลาเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีกับอีกคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งจะทราบได้ในทันที กรณีของสามีภรรยา ก็มีเรื่องที่แปลก คือเวลาที่ภรรยาตั้งท้อง บางทีภรรยาไม่แพ้ท้องแต่สามีเป็นคนแพ้ท้องแทน หรือบางทีก็แพ้ท้องกันทั้ง ๒ คน
* * * * * * * * * * * * * * * * * *
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
* * * * *
* * *
* * * *
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น